ซีลีเนียม (Selenium)

ซิลีเนียม

ซีลีเนียม (Selenium)


ซีลีเนียม
เป็นแร่ธาตุที่มีความสำคัญกับหน้าที่ของเอนไซม์ของระบบ glutathione perioxidase ระบบนี้เป็นระบบต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญที่สุดภายในเซลล์ ซีลีเนียมถูกดูดซึมได้ดีที่ลำไส้เล็ก ร่างกายจะเก็บ ซีลีเนียม ไว้ในตับและไตมาก เป็น 4-5 เท่า ของ ซีลีเนียม ที่มีอยู่ในกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่ออื่น โดยปกติซีลีเนียม จะถูกขับออกทางปัสสาวะ ถ้าปรากฏว่ามีซีลีเนียมถูกขับออกมาทางอุจจาระแสดงว่าเกิดการดูดซึมที่ผิดปกติ

ซีลีเนียมกับวิตามินอี

ซีลีเนียม มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติหน้าที่ของวิตามินอี บทบาทของซีลีเนียม เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อยกลูต้าไธโอนเปอร์ออกซิเดส ( glutathione peroxidase ) ซึ่งกระตุ้นการกำจัดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และออแกนิคเปอร์ออกไซด์ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกรดไขมันต่างๆ โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับ วิตามินอี ในการป้องกันเนื้อเยื่อถูกทำลายโดยสารเปอร์ออกไซด์จากไขมัน โดยวิตามินอีทำหน้าที่ป้องกันการเกิดสารเปอร์ออกไซด์ ในขณะที่ ซีลีเนียม ทำหน้าที่กำจัดสารเปอร์ออกไซด์ที่เกิดขึ้นให้หมดไป และ ทำงานร่วมกับวิตามินอี เสริมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานของวิตามินอีในการรักษาเนื้อเยื่อต่างๆ และชะลอการแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติ ป้องกันการแก่ก่อนวัย

ประโยชน์ของซีลีเนียมที่มีต่อร่างกาย

  • เป็นส่วนประกอบของน้ำย่อยกลูต้าไทโอน เปอร์ออกซิเดส (glutathione peroxidase) ซึ่งกระตุ้นการกำจัดไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ และออแกนิคเปอร์ออกไซด์ ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของกรดไขมันต่างๆ โดยทำงานอย่างใกล้ชิดกับ วิตามินอี ในการป้องกันเนื้อเยื่อถูกทำลายโดยสารเปอร์ออกไซด์ จากไขมัน โดยวิตามินอีทำหน้าที่ป้องกันการเกิดสารเปอร์ออกไซด์ ในขณะที่ ซีลีเนียม ทำหน้าที่กำจัดสารเปอร์ออกไซด์ที่เกิดขึ้นให้หมดไป
  • ทำงานร่วมกับวิตามินอี และเสริมฤทธิ์ในการปฏิบัติงานของวิตามินอีรักษาเนื้อเยื่อต่างๆ และชะลอการแก่ตายของเซลล์ตามธรรมชาติป้องกันการแก่ก่อนวัย
  • มีบทบาทเกี่ยวกับการหายใจของเนื้อเยื่อโดยทำหน้าที่ช่วยส่งอีเล็คตรอน
  • ช่วยหัวใจทำงานดีขึ้น และส่งเสริมการสร้างกำลังของเซลล์โดยการนำออกซิเจนไปเลี้ยงให้เพียงพอ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวาย และโรคลมปัจจุบัน โดยเฉพาะในรายที่มีการขาดสารอาหารชนิดนี้
  • ส่งเสริมการเจริญเติบโตของร่างกายให้เป็นไปตามปกติ และควบคุมสุขภาพของสายตา ผิวหนัง และเส้นผม
  • ส่งเสริมให้ประจำเดือนของเพศหญิงเป็นไปโดยสม่ำเสมอ และช่วยให้ไข่สุก และจะพบเกลือแร่ชนิดนี้สูงในน้ำเชื้อของผู้ชาย
  • ซีลีเนียม เป็นเกลือแร่ต้านพิษ หรือละลายพิษต่างๆ ในร่างกาย
  • รักษาความยืดหยุ่นของเนื้อหนัง
  • เพิ่มความต้านทานของร่างกาย หรือช่วยเพิ่มศักยภาพของระบบภูมิคุ้มกันหลายประเภท
  • ซีลีเนียมสามารถยับยั้งการเพิ่มจำนวนเชื้อเอชไอวี (HIV) สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งผู้ป่วยเอดส์มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ป้องกันความดันโลหิตสูง อัมพฤกษ์ หัวใจล้มเหลว เจ็บหน้าอก และไต ถูกทำลาย
  • ช่วยในการปฏิบัติหน้าที่ของตับ
  • ซีลีเนียม สามารถป้องกันกัมมันตภาพรังสี รวมทั้งโลหะหนักที่เป็นพิษ เช่น ปรอท เงิน แคดเมียม ธาเลียม ไม่ให้ดูดซึมเข้าร่างกายและขับถ่ายออกได้เร็วขึ้น
  • ซีลีเนียม ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปอด, มะเร็งหลอดอาหาร
  • สามารถช่วยพัฒนาระบบต่อต้านอนุมูลอิสระกลูต้าไธโอน ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาโรคแห่งความเสื่อมเรื้อรังหลายชนิด โรคเฉพาะอย่างยิ่งโรคต้อกระจก และโรคข้อต่ออักเสบรูมาตอยด์
  • ซีลีเนียมมีความสำคัญต่อการทำงานของไทรอยด์ ภาวะซีลีเนียมต่ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง

บทบาทสำคัญของซีลีเนียมจะมีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงานของเอ็นไซม์สำคัญหลายชนิด มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระโดยทำงานร่วมกับวิตามินอี ควบคุมความดันโลหิต ยับยั้งการเกิดมะเร็ง และก่อนหน้านี้มีการทดลองให้ซีลีเนียมร่วมกับวิตามินอี แก่สัตว์ทดลอง พบว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เพิ่มขึ้นได้อีกถึง 30 เท่า จึงมีการอ้างอิงในวงการการแพทย์สมัยใหม่ว่า ซีลีเนียมน่าจะสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้ ซึ่งผู้ป่วยเอดส์มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และพบว่าระดับซีลีเนียมในเลือดแทบจะเป็นศูนย์

ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยแห่งรัฐไมอามี่ (University of Miami) สหรัฐอเมริกา ทดลองให้ผู้ป่วยโรคเอดส์ 91 ราย รับประทานแคปซูลที่มีปริมาณ ไฮซีลีเนียม ยีสต์ (high-selenium yeast)ขนาด 200 ไมโครกรัม และผู้ป่วยอีก 83 ราย รับประทานยาหลอกทุกวัน โดยที่เริ่มต้นในผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม เมื่อผ่านไป 9 เดือน ผู้ป่วยกลุ่มแรกทั้งหมดในกลุ่มนี้มีปริมาณไวรัสเอชไอวี(HIV) ต่ำลง และมีจำนวนเซลล์ซีดีโฟร์ (CD4) สูงกว่า ซึ่งเซลล์ชนิดนี้เป็นเซลล์สำคัญที่ต่อสู้กับเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย

ปริมาณซีลีเนียมที่แนะนำ

ปริมาณที่ควรได้รับซีลีเนียมต่อวัน ปริมาณแนะนำต่อวัน (RDA) อยู่ที่ 70-200 ไมโครกรัม และซีลีเนียนที่อยู่ในรูปสารเสริมอาหาร ควรอยู่ในรูป ของคีเลท (chelated form) หรือ L-selenomethionine form

การขาดซีลีเนียม

การขาดซีลีเนียมจะนำไปสู่การแก่ก่อนวัย ทั้งนี้เพราะว่า ซีลีเนียมช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ แต่การได้รับซีลีเนียมปริมาณสูงๆ เป็นมิลลิกรัมทุกวัน ทำให้เกิดเป็นพิษได้เพียง 5 มิลลิกรัม สามารถทำให้เกิดอาการ อาเจียน ท้องร่วง สูญเสียผม และเล็บ เกิดเป็นแผลที่ผิวหนัง และระบบประสาท การขาดซีลีเนียม จะส่งผลต่อร่างกายในด้านต่างๆ ดังนี้

  • Keshan disease เป็นโรคหัวใจที่พบในประเทศจีน บริเวณพื้นที่ที่มี ซีลีเนียม ในดินต่ำ เชื่อกันว่าเกิดจากไวรัส แต่การขาด ซีลีเนียม ทำให้อาการของโรคเป็นมากขึ้น นอกจากนั้นผู้ที่ได้รับอาหารทางหลอดเลือดดำ (Total parenteral nutrition) ก็มีสิทธิ์ขาด ซีลีเนียม ได้ คนไข้พวกนี้มักจะมี Erythocyte glutathione peroxidase activity ต่ำ และ ซีลีเนียม ในพลาสมาและเม็ดเลือดแดงต่ำด้วย
  • การขาดซีลีเนียม จะนำไปสู่การแก่ก่อนวัย ทั้งนี้เพราะว่า ซีลีเนียม ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ
  • ในการศึกษาเกี่ยวกับโรคฟันผุในเด็ก จะสังเกตเห็นว่าจำนวนฟันผุที่ต้องถอน และอุดมีจำนวนมากขึ้นในเด็กที่มีการขับถ่าย ซีลีเนียม ทางปัสสาวะมาก ซึ่งยังไม่มีทฤษฎีอะไรมาอธิบายการสังเกตุนี้ได้
  • ถ้าขาดในภาวะตั้งครรภ์จะทำให้เด็กที่เกิดมาเป็นปัญญาอ่อน
  • ถ้าขาด ซีลีเนียม ในตอนเด็ก อาจทำให้เด็กตายอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ทำให้ประสาทผิดปกติ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อไวต่อการสัมผัส หรือการถูกกด มีอาการไม่ปกติที่กล้ามเนื้อหัวใจ
  • ทำให้การมองเห็นไม่ชัด
  • ทำให้เม็ดเลือดแดงเปราะได้
  • ภาวะซีลีเนียมต่ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับต่อมไทรอยด์ทำงานบกพร่อง

ผลของการได้รับซีลีเนียมมากเกินไป

การรับประทานซีลีเนียมมากๆ เกินกว่า 400 ไมโครกรัมต่อวัน จะทำให้เกิดพิษของ ซีลีเนียม (selenosis) ได้ โดยผู้ที่รับประทานซีลีเนียมเกินขนาดจะมีอาการหายใจเป็นกลิ่นคล้ายกระเทียม, คลื่นไส้, ผมร่วง และถ้าใช้เกินขนาดเป็นเวลานาน ก็อาจมีภาวะตับวายได้ ดังนั้น ขนาดที่แนะนำในปัจจุบันจึงไม่ควรเกิน 200 ไมโครกรัมต่อวัน และอาจใช้น้อยกว่านั้นในคนที่รับประทานสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ร่วมด้วย

ถ้าได้รับซีลีเนียม 5-10 ส่วนต่อล้าน จะถือว่าเป็นพิษโดยที่ซีลีเนียมจะไปแทนกำมะถันในอณูของกรดอะมิโนเมทไธโอนีน ซีสตีน และซีสเตอีน ทำให้ร่างกายใช้กรดอะมิโน 3 ตัวนี้ไม่ได้

การได้รับซีลีเนียมปริมาณสูงๆ เป็นมิลลิกรัมทุกวันทำให้เกิดเป็นพิษได้เพียง 5 มิลลิกรัม สามารถทำให้เกิดอาการ อาเจียน ท้องร่วง สูญเสียผม และเล็บ เกิดเป็นแผลที่ผิวหนัง และระบบประสาท

แหล่งที่พบซีลีเนียมในธรรมชาติ

อาหารที่มี ซีลีเนียม มากที่สุดได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ เครื่องใน กล้ามเนื้อสัตว์ ปลา หอย ข้าวกล้อง แตงกวา อัลมานด์ ผลิตภัณฑ์จากนม กระเทียม เห็ดต่างๆ บลอคโคลี่ หัวหอม มะเขือเทศ สัตว์ปีก ไข่ และอาหารทะเลต่างๆ

ปริมาณของ ซีลีเนียม ที่เราได้ จากพืชผักที่ขึ้นอยู่บนดินที่ปลูกถือว่าได้ ซีลีเนียม โดยตรง และจากสัตว์ เนื่องจากพืชผักที่เราให้สัตว์กินซึ่งถือว่าได้ ซีลีเนียม ทางอ้อม และบางครั้งพบว่ามีปริมาณซีลีเนียมสูง แต่ถ้ามีกำมะถันปนลงไปในปุ๋ยหรือดินที่ปลูก กำมะถันจะกั้นการดูดซึมเกลือแร่ของพืชได้ด้วย เราจะได้ ซีลีเนียม น้อยหรือไม่ได้เลย

ซีลีเลียม เป็นเกลือแร่ส่วนน้อยที่สำคัญต่อร่างกาย ถึงแม้จะพบในร่างกายเพียงเล็กน้อยก็ตาม ซีลีเนียมมีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติหน้าที่ของวิตามินอี เกลือแร่ ชนิดนี้มีจะถูกกระทบเทือน หรือถูกทำลายโดยความร้อน อาหารที่ปรุงแบบสลับซับซ้อนหรืออาหารแปรรูป เช่น พวกข้าวทำเป็นแป้งจะสูญเสีย ซีลีเนียม ไป 50-75% และถ้าต้มจะสูญเสียไปประมาณ 45%

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ศูนย์สุขภาพและโภชนาการไทย

อาหารเสริมโภชนาการเพื่อสุขภาพ, นพ.เรย์ ดี. แสตรนด์

Tags: , , ,

[TheChamp-FB-Comments]

Previous
เซซามิน (Sesamin)

Sesamin

Next
กรดโฟลิค (Folic Acid)

Copyright © 2018 วิตามิน All Rights Reserved.