เบต้าแคโรทิน คืออะไร

Beta-Carotene-antioxdent

เบต้าแคโรทิน คืออะไร

เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene)

มีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพและเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ทั้งนี้ โดยปกติร่างกายของมนุษย์เราสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนไปเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย เป็นลิพิด (lipid) กลุ่มรงควัตถุ (pigment) ที่มีสีส้ม สีเหลือง อยู่ในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (carotenoid) จัดเป็นแคโรทีนอยด์พวกที่เป็นสารตั้งต้นของ วิตามินเอ (pro vitamin A) เพราะสามารถเปลี่ยนรูปเป็น เรตินอล (retinol) ได้ที่เยื่อบุผนังลำไส้เล็กและตับ

แหล่งอาหารของเบต้าแคโรทีน

  1. อาหารประเภทผักและผลไม้ที่มีแคโรทีนอยด์สูง ได้แก่ ผักที่มีสีเขียวเข้ม และผลไม้ที่มีสีเหลือง สีส้ม เช่น ผักหวาน ผักตำลึง ผักกวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ชะอม บร็อกโคลี่ มะระ ผักคะน้า แครอต ฟักทอง หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน มะม่วงสุก มะละกอสุก มะเขือเทศสุก แตงไท และอะโวกาโด เป็นต้น
  2. ส่วนเหตุที่อาหารบางชนิดมีสีเขียว เป็นเพราะสีของเบต้าแคโรทีนถูกสีเขียวของคลอโรฟิลล์บดบัง ปริมาณเบต้าแคโรทีนจะลดลงได้จากการประกอบอาหาร เช่น ต้ม นึ่ง (steaming) ผัด ที่ใช้ความร้อนสูงเป็นเวลานาน

ปัจจุบันมีหลายบริษัททางด้านอาหาร และเครื่องดื่มที่มีการนำเบต้าแคโรทีนมาผสมในอาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกาย เช่น น้ำผลไม้ นมผง เครื่องดื่มเกลือแร่ เป็นต้น สำหรับการรับประทานวิตามินเอเพื่อรักษาสุขภาพจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 หน่วยสากล (IU) หรือเทียบเท่ากับเบต้าแคโรทีนที่ 3 มิลลิกรัม/วัน ส่วนปริมาณเบต้าแคโรทีนที่รับประทานเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรงจะอยู่ที่ประมาณ 15 มิลลิกรัม/วัน

 

ประโยชน์ของเบต้าแคโรทีน

  1. บำรุงสุขภาพของดวงตา เบต้าแคโรทีน เมื่อโดนย่อยสลายที่ตับแล้วจะได้วิตามินเอ ซึ่งร่างกายนำไปใช้สร้างสารโรดอปซินในดวงตาส่วน เรตินา ทำให้ตามีความสามารถในการมองเห็นในตอนกลางคืนได้ และยังลดความเสื่อมของเซลล์ของลูกตา ลดความเสี่ยงต่อการเป็นต้อกระจกด้วย
  2. ชะลอความแก่ เบต้าแคโรทีนให้ผลในการลดความเสื่อมของเซลล์จากอนุมุลอิสระ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระบวนการแก่
  3. ดูแลรักษาผิวพรรณอันเป็นส่วนของร่างกายที่ดีที่สุดที่จะทำให้ทราบว่าอนุมูลอิสระมีผลต่อเราแล้วหรือยัง เช่น ผิวเริ่มเหี่ยวย่น ไม่ผ่องใส
  4. ทั้งยังพบว่าเบต้าแคโรทีน ให้ผลกระตุ้นเซลล์ภูมิต้านทานในร่างกายที่ชื่อ ทีเฮลเปอร์ให้ทำงานต้านสิ่งแปลกปลอมได้ดีขึ้น ให้ผลดีกับผู้ที่มีความเสี่ยงต่อมะเร็ง

เบต้าแคโรทีน นับเป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญสำหรับสุขภาพของมนุษย์ อย่างไรก็ตามไม่พบว่ามีรายงานของการขาดเบต้าแคโรทีนเลย แม้ว่าการวิจัยจำนวนมากจะระบุว่า การเสริมด้วยเบต้าแคโรทีนใช้ในคนที่มีอาการขาดวิตามินเอ แต่ก็ยังคงไม่มีข้อมูลแน่ชัดที่แสดงถึงอาการขาดเบต้าแคโรทีน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์และนักโภชนาการแนะนำว่าเราควรรับประทานเบต้าแคโรทีนเข้าสู่ร่างกายโดยการบริโภคผักสดและผลไม้สด

 

โทษเบต้าแคโรทีน

สารเบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) หากร่างกายได้รับเกินความต้องการจะกลายเป็นสาร Pro-Oxidant ที่ช่วยส่งเสริมการเกิดสารอนุมูลอิสระ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง และโรคในระบบหลอดเลือด และหัวใจ โดยเฉพาะการรับประทานเบต้าแคโรทีนจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีความเข้มข้นสูงหรือรับประทานในปริมาณที่มากเกินขนาด ประกอบกับปกติร่างกายจะรับเบต้าแคโรทีนได้จากอาหารที่รับประทาานในแต่ละวัน เช่น ผักสีเขียว และผลไม้ชนิดต่างๆ จึงอาจเสี่ยงต่อการได้รับสารเบต้าแคโรทีนเกินความต้องการของร่างกายได้ ดังนั้น การรับประทานอาหารเสริมเบต้าแคโรทีนจึงต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย

ข้อมูลอ้างอิง

เบต้าแคโรทีน จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี http://goo.gl/ahBSz1

Carotenoid / แคโรทีนอยด์ – Food Wiki http://goo.gl/qa0UHq

beta-Carotene From Wikipedia, the free encyclopediahttp://en.wikipedia.org/wiki/Beta-Carotene

Beta-Carotene Supplements for Vision and Osteoarthritis – WebMDhttp://www.webmd.com/vitamins-and-supplements/lifestyle-guide-11/beta-carotene

Beta Carotene Benefits – Vitamins and Nutrition Centerwww.vitamins-nutrition.org/vitamins/beta-carotene.html    

Tags: , , , , , ,

[TheChamp-FB-Comments]

Previous
แอนโทไซยานิน คืออะไร

Anthocyanin-antioxident

Next
แคปไซซิน คืออะไร

Capsaicin-antioxident

Copyright © 2018 วิตามิน All Rights Reserved.